
อุทัยธานี ตามตำนานกล่าวว่าในสมัยสุโขทัยท้าวมหาพรหมได้เข้ามาสร้างเมือง ที่บ้านอุทัยเก่า(อำเภอหนองฉาง)แล้ว พาคนไทยมาอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยงและหมู่บ้านมอญจึงเรียกว่า "เมืองอู่ไทย" ตามกลุ่มหรือ ที่อยู่ของคนไทย ต่อมาเกิดความแห้งแล้งกระแสน้ำเปลี่ยนทางเมืองจึงถูกทิ้งร้าง ในสมัยอยุธยาชาวกะเหรี่ยงชื่อ "พะตะเบิด" เข้ามาปรับปรุงเมืองอู่ไทย โดยขุดทะเลสาบขังน้ำไว้ใกล้เมืองและ เป็นผู้ปกครองเมืองอู่ไทยเก่าคนแรก ชื่อเมืองจึง เรียกเพี้ยนเป็น "เมืองอุไทย" ตามสำเนียงชาวกะเหรี่ยง และมีฐานะเป็นหัวเมืองหน้าด่านชั้นนอกสกัดกั้น กองทัพพม่าที่จะเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ต่อมา ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือน ที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังมากขึ้น และได้ กลายเป็นที่ตั้งของตัวเมืองอุทัยธานีในปัจจุบัน
อุทัยธานีมีสถานที่น่าสนใจทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีหลายแห่งที่น่ามาเที่ยวชมและศึกษา หาความรู้ อีกทั้งมีสินค้าที่ระลึกประเภทหัตถกรรม และอาหารการกินมากมายเช่นหน่อไม้รวก ข้าวเกรียบปลา ผลไม้แช่อิ่ม ผ้าทอ เครื่องจักสานซึ่งสามารถนำกลับไปเป็นของฝากได้
การเดินทาง
ทางรถยนต์
เส้นทางที่ 1 จากถนนพหลโยธินผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ลงแพขนานยนต์ ที่อำเภอมโนรมย์ ผ่านวัดท่าซุง (วัดจันทาราม) ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 305 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 จากถนนสาย 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกท่าน้ำอ้อย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 206 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา มาตามถนนสาย 333 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านหน้าโรงพยาบาล เลี้ยวซ้ายเข้าตลาดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 3 จากถนนสาย 32 ผ่านจังหวัดอยุธยา เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานจังหวัดอ่างทอง มาตามถนนสายใน ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอสรรพยา เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอวัดสิงห์ ผ่านวัดท่าซุง ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดจังหวัดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 283 กิโลเมตร
ทางรถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-อุทัยธานีทุกวัน จากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่เวลา 04.30-17.50 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 936-3660, 936-3666 สถานีเดินรถอุทัยธานี โทร. (056) 511-914,
512-859
ทางรถไฟ ต้องโดยสารรถไฟไปลงที่สถานีนครสวรรค์ แล้วต่อรถประจำทางมายังอุทัยธานีอีกประมาณ 50 กิโลเมตร ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 223-7010, 223-7020
อาณาเขต 
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอพยุหะคีรี อำเภอโกรกพระ และอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอวัดสิงห์และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่ออำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยมี แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้น แบ่งเขตแดน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอสังขละบุรี และอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
- อำเภอทัพทัน 19 กิโลเมตร
- อำเภอสว่างอารมย์ 33 กิโลเมตร
- อำเภอหนองขาหย่าง 10 กิโลเมตร
- อำเภอหนองฉาง 22 กิโลเมตร
- อำเภอลานสัก 54 กิโลเมตร
- อำเภอห้วยคต 45 กิโลเมตร
- อำเภอบ้านไร่ 80 กิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยว
1. วัดสังกัสรัตนคีรี ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง ภายในวิหาร ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัย ส่วนเศียรกับส่วนองค์พระ เข้าใจว่าเป็นชิ้นส่วนซึ่งนำมาจากพระคนละองค์ และอาจจะซ่อมเป็นองค์เดียวกัน ก่อนที่จะนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี จากบริเวณลานวัด มีบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขาสะแกกรัง หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 3220 เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวบริเวณสนามกีฬาจังหวัด ไปตามทางขึ้นสู่ยอดเขา จากบนยอดเขา จะมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานี และมีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ ระฆังใบใหญ่ที่ชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้ขึ้นไปตีระฆังใบนี้ ก็เท่ากับไปไม่ถึงอุทัยธานี ในบริเวณยังเป็นที่ประดิษฐาน พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก แห่งรัชกาลที่1 ซึ่งมีพระนามเดิมว่านายทองดี ประสูติที่เมืองสะแกกรังนี้เอง มีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ ในวันที่ 6 เมษายนของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงที่ดอกสุพรรณิการ์ หรือฝ้ายคำ ดอกไม้ประจำจังหวัดอุทัยธานี บานสะพรั่งอยู่ทั่วไปบนเขาสะแกกรัง
2. ลำน้ำสะแกกรัง สองฟากฝั่งแม่น้ำจะมีชาวแพอาศัยอยู่ พวกเขาอาศัยอยู่ในแพเรือนไม้ ซึ่งสร้างอยู่บนแพลูกบวบไม้ไผ่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวประมง และทำปลาย่างแห้งรมควัน บริเวณเรือนแพยังมีกระชังเลี้ยงปลาสวาย ปลาแรด ผู้ที่ต้องการชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำ ว่าจ้างเรือบริเวณท่าเรือตลาดสดเทศบาลเมืองได้
3. แหล่งทอผ้าพื้นเมืองบ้านโคกหม้อ ใช้เส้นทาง อำเภอทัพทัน - อำเภอสว่างอารมณ์(ทางหลวงสาย 3013) ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปบ้านโคกหม้ออีกประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กของชาวไทยลาวที่อพยพมาอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทอผ้าพื้นเมืองมานาน โดยชาวบ้านนิยมทอผ้าเมื่อหมดฤดูทำนา ผ้าที่ทอนิยมทำเป็นผ้าซิ่นตีนจก ผ้ามัดหมี่ ผ้ายกดอก ลายเชิงแบบเก่า
4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ครอบคลุมพื้นที่ อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคต ในจังหวัดอุทัยธานี อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ ในจังหวัดกาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง ในจังหวัดตาก มีพื้นที่ประมาณ 5,775 ตารางกิโลเมตร การรวมพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์สองแห่งเข้าด้วยกัน ทำให้เป็นผืนป่าอนุรักษ์ต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาพป่าที่นี่ มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังป่าผลัดใบ สลับกับทุ่งหญ้าต่างๆ ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ต่างๆ บางชนิดเป็นสัตว์ที่หายากใกล้จะสูญพันธุ์ เช่น ควายป่า เลียงผา เสือดาว หมาใน ไก่ป่า และยังมีแมลงป่าพันธุ์ต่างๆ อีกมากมาย จึงทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ" ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ขององค์การยูเนสโกระหว่างวันที่ 9-13 ธันวาคม 2534 ณ เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย นับเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีคุณค่า และมีความสำคัญยิ่ง
งานประจำปี
1. งานไหว้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จัดขึ้นในวันขึ้น 3-8 ค่ำ เดือน 4 เป็นงานประเพณีไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด อุทัยธานี ซึ่งเดิมนั้นเป็นเพียงงานนมัสการปิดทอง พระพุทธบาท จำลองบนยอดเขาสะแกกรังเท่านั้น ต่อมามีพุทธศาสนิกชนมาไหว้ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ และขึ้นยอดเขา เพื่อปิดทองพระพุทธบาทจำลองมากขึ้น จึงได้จัดงานในคราวเดียวกัน พร้อมทั้งให้มีการละเล่นสนุกสนานควบคู่กันไป
2. งานตักบาตรเทโว วัดสังกัสรัตคีรี ถือเป็นประเพณีสำคัญในวันออกพรรษาของชาวอุทัยธานี ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (ตุลาคม) พระสงฆ์ประมาณ 200-300 รูป จะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรัง นำด้วยพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ ลงมารับบิณฑบาตข้าวสารจากพุทธศาสนิกชนที่ลานวัด โดยสมมติมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง เป็น"สิริมหามายากูฏคาร" ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์โปรดมารดา แล้วเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ ลงบันได 339 ขั้น ซึ่งถือเป็นบันไดแก้วสู่กัสนคร คือ บริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี ดังนั้น วันนั้นประชาชนจะแต่งตัวสวยงาม และมาร่วมทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง
3. งานแห่เจ้าของชาวจีนในอุทัยธานี เป็นประเพณีของชาวจีนในอุทัยธานีที่จะจัดพิธีแห่เจ้าพ่อและเจ้าแม่ ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ศาลต่างๆ โดยกำหนดวันแห่ตามการครบปีของ เจ้าแต่ละศาล ซึ่งเจ้าบางองค์ 5 ปีถึงจะมีการแห่ครั้งหนึ่ง บางองค์ 12 ปี และบางองค์ 14 ปี ในการแห่เจ้าพ่อปึงเถ่ากง เจ้าพ่อหลักเมืองอุทัยธานีนี้ ในขบวนแห่จะ มีสาวงามถือธงร่วมขบวน ไปตามถนนรอบเมือง และจะมีสิงโตคณะต่างๆ อวยพรตามร้านค้าคนจีนในตลาด ซึ่งทุกร้านจะตั้งโต๊ะบูชาไว้ ถ้าเป็นงานของเจ้าแม่ทับทิม "จุ้ยบ้วยเนี้ยว" จะมีพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงเจ้าแม่ เมื่อครบ 12 ปี และเข้าทรงพร้อมกับทำพิธีลุยไฟ
ของขวัญของฝาก
หน่อไม้รวกเขาสะแกกรัง เห็ดโคนดอง ผ้าพื้นเมือง ปลาแรดสะแกกรัง ส้มโอ เครื่องจักสาน
แผนที่(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)