
ระยะทางระหว่างอำเภอเมืองไปอำเภอต่างๆ
- อำเภอคำเขื่อนแก้ว 23 กิโลเมตร
- อำเภอมหาชนะชัย 41 กิโลเมตร
- อำเภอค้อวัง 70 กิโลเมตร
- อำเภอป่าคิ้ว 28 กิโลเมตร
- อำเภอเลิงนกทา 69 กิโลเมตร
- อำเภอกุดชุม 37 กิโลเมตร
- อำเภอทรายมูล 18 กิโลเมตร
การเดินทาง
ทางรถยนต์
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงจังหวัดสระบุรี จึงเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมาไปทางอำเภอพิมาย ผ่านอำเภอหนองสองห้อง และอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แล้วจึงแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอธวัชบุรี อำเภอเสลภูมิ แล้วจึงถึงจังหวัดยโสธร รวมระยะทางประมาณ 531 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง
ทางรถโดยสารประจำทาง
จากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งสายตะวันออก เฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 936-2852-66
ทางรถไฟ
รถไฟ จะต้องลงที่จังหวัดอุบลราชธานี
ทางเครื่องบิน
จะต้องลงที่จังหวัดอุบลราชธานี แล้วต่อรถยนต์มาลงที่ยโสธรอีก 99 กิโลเมตร

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครพนม
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ด
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ (รหัสทางไกล045)
1. สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง โทร. 611208
2. ไปรษณีย์จังหวัด โทร.711761
3. สถานีขนส่งจังหวัด โทร.712965
สถานที่พัก (รหัสทางไกล045)
1. 29 บังกาโล 74 ถ.แจ้งสนิท โทร. 711341 จำนวน 15 ห้อง ราคา 220-350 บาท
2. 99 รีเจ้นท์ 567 ถ.วิทยธำรงค์ (ถ.เลี่ยงเมือง) โทร. 711788 จำนวน 21 ห้อง ราคา 160-200 บาท
3. คุ้มบัวคำ รีสอร์ท ต.น้ำคำใหญ่ โทร. 724674-5 จำนวน 8 หลัง ราคา 350-550 บาท
4. เจ.พี.เอ็มเมอรัล 36 ถ.ประปา โทร. 724847-5 จำนวน 120 ห้อง ราคา 1,200-3,000 บาท
5. ยศนคร 143 ถ.อุทัยรามฤทธิ์ โทร. 711476, 712662 จำนวน 48 ห้อง ราคา 180-600 บาท
6. วโรธร 600-602 ถ.แจ้งสนิท โทร. 712876 จำนวน 17 ห้อง ราคา 150-300 บาท
7. อาร์.พี.แมนชั่นปาร์ค 275 ถ.ประชาสัมพันธ์ โทร. 712235-6 จำนวน 56 ห้อง ราคา 700-1,600 บาท
ร้านอาหาร (รหัสทางไกล045)
1. ตำหนักไทย ถนนโนนตาล โทร. 713040
2. นาทีทอง ถนนโนนตาล โทร. 711611
3. ปูน ถนนรัตนเขต โทร. 711789
4. พลอย ถนนแจ้งสนิท โทร. 713032
5. มณีแดง ถนนสหพัฒนา โทร. 724887
6. มิตรอารีย์ ถนนแจ้งสนิท โทร. 712641
7. ยศนคร ถนนอุทัยรามฤทธิ์ โทร. 711477
8. วังไผ่ ถนนอรุณประเสริฐ โทร. 712170
9. วิบูลย์ชัยสุกี้ 455/22 ถนนวิทยธำรงค์ โทร. 724481
10. สันติสุข ถนนแจ้งสนิท โทร. 711577
11. สามบี ถนนอุทัยรามฤทธิ์ โทร. 712170
12. ไอซ์ซิ่ง ไอศครีมเฮาส์ ถนนสหพัฒนา โทร. 712782
สถานที่ท่องเที่ยว
1. วัดมหาธาตุ อยู่ในเขตเทศบาลเมือง เป็นวัดคู่เมืองยโสธรมาแต่ครั้งแรกสร้างเมือง ที่บ้านท่าสิงห์ โบราณสถานที่สำคัญคือ พระธาตุยโสธร หรือพระธาตุอานนท์ เป็นเจดีย์เก่าแก่ทรงสี่เหลี่ยม ส่วนยอดคล้ายพระธาตุพนม ได้รับอิทธิพลศิลปะลาว ที่นิยมสร้างกันเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ ภายในบรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์ สร้างในราวปี พ.ศ.2321 โดยท้าวหน้า ท้าวคำสิงห์ ท้าวคำผา ซึ่งเดิมเป็นเสนาบดีเก่าของกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) และได้อพยพผู้คนภายใต้การนำของพระวอ พระตา มาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณนี้ มีงานสมโภชประจำปีในเดือนมีนาคม โบราณสถานอีกแห่งหนึ่งในวัดคือ หอไตร เป็นศิลปะแบบอีสาน ซุ้มประตู และบานประตูเป็นไม้แกะสลัก ลวดลายเครือเถาลงรักปิดทองสวยงาม ลวดลายตกแต่งผนังมีลักษณะผสมศิลปะภาคกลาง สร้างราวสมัยรัชกาลที่ 4-5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ภายในเก็บคัมภีร์ใบลาน ตู้พระธรรม หีบพระธรรม รวมทั้งเสลี่ยงวางคัมภีร์ซึ่งนำมาจากเวียงจันทน์
2. หาดทรายแม่น้ำชี เป็นหาดทรายธรรมชาติที่เกิดจากการลดระดับของน้ำในแม่น้ำชีในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งลึกไม่เกิน 70 เซนติเมตร หาดทรายมีความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อนรับประทานอาหาร
3. พระธาตุก่องข้าวน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลตาดทอง ใช้เส้นทางยโสธร-อุดรธานี ประมาณ 2 กิโลเมตร สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 23-25 สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนขนาดเล็ก รูปสี่เหลี่ยม ช่วงกลางมีลวดลายเป็นซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ส่วนยอดเจดีย์สอบเข้าหากัน มีกำแพงอิฐล้อมรอบ ด้านหลังพระธาตุมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุก่องข้าวน้อยนี้ สร้างโดยหนุ่มชาวนา ซึ่งสำนึกผิดในการกระทำมาตุฆาตมารดาตนเอง เนื่องมาจากความโมโหหิว
4. หมู่บ้านทำหมอนขิตบ้านศรีฐาน ห่างจากยโสธร 20 กิโลเมตร ตามเส้นทางไปอำนาจเจริญ หลังจากฤดูทำนาชาวบ้านจะทอผ้าและทำหมอนขิต ซึ่งเป็นสินค้าหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อของยโสธร
5. บ้านสงเปือย ห่างจากยโสธร ตามทางหลวงหมายเลข 23 ทางไปอุบลราชธานี 21 กิโลเมตร แยกขวาไปอีก 5 กิโลเมตร มีโบราณสถานที่น่าสนใจคือ พระพุทธรูปใหญ่ในวัดสงเปือย หน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 8 เมตร มีอายุกว่า 200 ปี เจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถานประเทศอินเดีย ได้แก่ ดินจากสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน พิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุที่ขุดได้จากดงเมืองเตยเมืองเก่าแก่สมัยขอม เช่น เตียงบรรทมเจ้าเมือง ทำด้วยหิน และศิลาจารึกอักษรขอมโบราณ
งานประจำปี
1. งานประเพณีบุญบั้งไฟ จัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม บริเวณสวนสาธารณะพญาแถน โดยแต่เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งแสดงออกถึงความสามัคคีของหมู่คณะ และเชื่อว่า เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะบันดาลให้มีฝนตกตามฤดูกาลทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์ บั้งไฟที่จัดทำมีหลายชนิดได้แก่ บั้งไฟกิโล บั้งไฟหมื่น และบั้งไฟแสน บั้งไฟกิโลนั้น หมายถึง น้ำหนักของดินประสิว 1 กิโลกรัม บั้งไฟหมื่นกิโลก็ใช้ดินประสิว 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสนก็ใช้ดินประสิว 10 หมื่น หรือ 120 กิโลกรัม เมื่อตกลงกันว่าจะ ทำบั้งไฟชนิดไหน ก็หาช่างมาทำ ช่างทำบั้งไฟนั้นสำคัญมาก คือ จะต้องเป็นผู้มี ฝีมือในการคำนวณส่วนผสมระหว่างดินประสิวกับถ่านไม้ เพราะถ้าไม่ถูกสูตรแล้ว บั้งไฟจะแตก ไม่ขึ้นสู่ท้องฟ้า สำหรับไม้ที่จะทำเป็นเสาบั้งไฟนั้น ต้องเป็นไม้ไผ่ที่มี ลำปล้องตรงเสมอกัน จะตัดเอาแต่ที่โคนต้น เพราะมีความหนาและเหนียว ความยาวนั้นแล้วแต่จะตกลงกัน
2. การแห่บั้งไฟ จะกำหนดไว้ 3 วัน คือ วันสุกดิบ วันประชุมรื่นเริง และวันจุดบั้งไฟ โดยกิจกรรมต่าง ๆ จะทำกันที่วัด จุดสนใจอยู่ที่ขบวนแห่บั้งไฟ อันประกอบไปด้วย ขบวนฟ้อนรำ ที่เรียกว่า "เซิ้งบั้งไฟ" นำขบวนบั้งไฟที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ลวดลายไทยสีทอง ว่ากันว่าศิลปะการตกแต่งบั้งไฟนี้ นายช่างจะต้องสับและตัด ลวดลายต่าง ๆ นี้ไว้เป็นเวลาแรมเดือนแล้วจึงนำมาทากาวติดกับลูกบั้งไฟ ส่วนหัว บั้งไฟนั้นจะทำเป็นรูปต่าง ๆ ส่วนมากนิยมทำเป็นรูปหัวพญานาคอ้าปากแลบลิ้นพ่น น้ำได้ บ้างก็ทำเป็นรูปอื่น ๆ แต่ก็มีความหมายเข้ากับตำนานในการขอฝนทั้งสิ้น ตัวบั้งไฟนั้นจะนำมาตั้งบนฐาน ใช้รถหรือเกวียนเป็นพาหนะ ในวันจุดบั้งไฟ ตอนเช้ามีการทำบุญ ถวายภัตตาหาร แล้วแห่บั้งไฟไปรอบพระ อุโบสถ จากนั้นนำบั้งไฟออกไปยังสถานที่ที่จัดไว้สำหรับจุดบั้งไฟ เริ่มด้วยการจุด เสี่ยงทายถึงความอุดมสมบูรณ์ของข้าวกล้าและพืชไร่ในท้องทุ่ง จากนั้นจึงเป็นการ จุดแข่งขัน บั้งไฟของคณะใดขึ้นสูงสุดก็จะเป็นผู้ชนะ ส่วนนายช่างจะถูกจับโยนลง ในโคลนไม่ว่าจะจุดบั้งไฟขึ้นหรือไม่ก็ตาม เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมา
ของขวัญของฝาก
สินค้าหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ หมอนขวาน เบาะรองนั่ง ที่ทำจากผ้าขิตสีสวยสดใส และที่มีสีอ่อน ๆ ผลิตจากวัสดุ ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังนำผ้าขิตมาทำเป็นตุ๊กตารูปตัวสัตว์ที่น่ารัก และของใช้อีกหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อ ได้ที่ บ้านศรีฐาน ศูนย์หัตถกรรมหน้าศาลากลางจังหวัด และที่ร้านมงคลบูรพา ที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง ยังมีอีกสิ่งหนึ่งของ จังหวัดที่น่าสนใจ คือลอดช่องใบเตยตัวอ้วน ๆ สีเขียว หอมกลิ่นใบเตย รับประทานกับน้ำกะทิใส่น้ำแข็ง ที่จำหน่ายอยู่ที่ ตลาดในตัวเมือง
แผนที่ (คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)